FedEx กำลังตกอยู่ในความเสี่ยง: ความต้องการต่ำและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจส่งผลกระทบต่อบริษัท

02.04.2025

รายงานประจำไตรมาสที่ 3 ปีงบประมาณ 2025 ทำได้ต่ำกว่าคาดการณ์ ส่งผลให้ต้องปรับลดมุมมองสำหรับปีงบประมาณ 2025 หุ้น FedEx กำลังปรับตัวลง

รายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ปีงบประมาณ 2025 ของ FedEx เผยให้เห็นผลลัพธ์ที่อ่อนแอกว่าที่คาดไว้ บริษัทอธิบายว่าสาเหตุมาจากปริมาณการขนส่งที่ลดลงและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ แม้จะมีความพยายามในการลดต้นทุนผ่านโครงการ DRIVE นักลงทุนตอบสนองในเชิงลบต่อรายงานนี้ และทำให้ราคาหุ้น FedEx ร่วงลง เนื่องจากกังวลว่าบริษัทจะกลับมาเติบโตได้ในระยะสั้นหรือไม่

บทความนี้จะศึกษา FedEx Corporation อธิบายแหล่งที่มาของรายได้ ทบทวนผลการดำเนินงานประจำไตรมาสที่ 2 ปีงบประมาณ 2025 และวิเคราะห์แนวโน้มสำหรับปีงบประมาณ 2025 นอกจากนี้ยังมีการวิเคราะห์ทางเทคนิคหุ้น FDX ซึ่งเป็นพื้นฐานสำหรับการคาดการณ์หุ้น FedEx ในปี 2025

เกี่ยวกับ FedEx Corporation

FedEx Corporation เป็นบริษัทโลจิสติกส์สัญชาติอเมริกัน ก่อตั้งในปี 1971 โดย Frederick Smith บริษัทให้บริการขนส่งแบบด่วนระหว่างประเทศ การขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ การบริการโลจิสติกส์ และอีคอมเมิร์ซ บริษัทเปิดขายหุ้น IPO ในตลาด NYSE ในปี 1978 โดยใช้สัญลักษณ์ FDX

FedEx มีตำแหน่งผู้นำในตลาดโลจิสติกส์และการจัดส่งทั่วโลก แม้ว่าส่วนแบ่งการตลาดจะแตกต่างกันไปตามภูมิภาคและประเภทการส่งของ คู่แข่งสำคัญ ได้แก่ Amazon Logistics, DHL และ United Parcel Service, Inc. (NYSE: UPS)

โมเดลธุรกิจของ FedEx Corporation

โมเดลธุรกิจของ FedEx มุ่งเน้นการให้บริการด้านโลจิสติกส์และขนส่ง โดยเฉพาะบริการส่งด่วนและขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ บริษัทรายงานรายได้จากหลายส่วนธุรกิจที่รองรับลูกค้าแต่ละกลุ่ม ได้แก่ บุคคลธรรมดา ธุรกิจขนาดกลางและเล็ก และบริษัทรายใหญ่ แหล่งที่มาหลักของรายได้บริษัทมีดังนี้:

  • FedEx Express: หนึ่งในส่วนงานหลักที่รับผิดชอบการจัดส่งพัสดุและเอกสารอย่างรวดเร็วทั่วโลก รายได้เกิดจากโครงสร้างค่าบริการตามน้ำหนัก ระยะทาง และความเร็วในการจัดส่ง
  • FedEx Ground: การขนส่งพัสดุทางบก ซึ่งโดยทั่วไปจะช้ากว่าการขนส่งทางอากาศ แต่มีต้นทุนที่ถูกกว่า ส่วนนี้ได้รับความนิยมในกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและเล็ก รวมถึงภาคอีคอมเมิร์ซ
  • FedEx Freight: ส่วนงานนี้ให้บริการขนส่งสินค้าทั่วสหรัฐฯ และเส้นทางระหว่างประเทศ โดยเน้นสินค้าขนาดใหญ่และน้ำหนักมาก
  • FedEx Services: ให้บริการโซลูชันโลจิสติกส์และธุรกิจ รวมถึงการจัดการซัพพลายเชน บริการไอที และการสนับสนุนด้านอีคอมเมิร์ซสำหรับบริษัทรายใหญ่
  • FedEx Office: ให้บริการค้าปลีกและธุรกิจ เช่น การพิมพ์เอกสาร การเช่าตู้รับเอกสาร และบริการส่งพัสดุในจุดให้บริการ

บริษัทจัดทำรายงานโดยแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ FedEx Express และ FedEx Freight ขณะที่ส่วนงานอื่น ๆ ถูกจัดหมวดหมู่ไว้ใน ‘Other Income’

รายงาน Q1 ปีงบประมาณ 2025 ของ FedEx Corporation

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2024 FedEx ได้เผยแพร่ผลประกอบการที่น่าผิดหวังสำหรับไตรมาสที่ 1 ปีงบประมาณ 2025 ซึ่งสิ้นสุดวันที่ 31 สิงหาคม 2024 โดยมีตัวเลขสำคัญเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนดังนี้:

  • รายได้: 21.60 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (-0.5%)
  • กำไรสุทธิ: 890 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (-26.0%)
  • กำไรต่อหุ้น: 3.60 ดอลลาร์สหรัฐ (-21.0%)
  • อัตรากำไรจากการดำเนินงาน: 5.60% (-170 จุดพื้นฐาน)

รายได้แบ่งตามส่วนธุรกิจ:

  • FedEx Express: 18.30 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (-1.0%)
  • FedEx Freight: 2.32 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (-2.0%)
  • อื่น ๆ และรายการที่ตัดทอน: 945 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (+9.0%)

จากการวิเคราะห์พื้นฐานในรายงานของ FedEx พบว่าไม่มีการเติบโตของรายได้ ท่ามกลางค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายด้านการขนส่งเพิ่มขึ้น 5% เป็น 5.27 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงธุรกิจ (business optimisation) เพิ่มขึ้น 22% เป็น 128 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงจาก 1.16 พันล้าน เป็น 0.89 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ ตัวเลขที่เผยแพร่ไม่เป็นไปตามคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ โดยคาดว่ารายได้จะสูงกว่านี้ 360 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (21.96 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) และกำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 4.86 ดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าตัวเลขจริง 3.60 ดอลลาร์สหรัฐ หลังจากรายงานเผยแพร่ออกมา ราคาหุ้น FedEx ร่วงลงกว่า 15%

หากบริษัทรถขนส่งและโลจิสติกส์แห่งนี้ไม่สามารถเติบโตด้านรายได้ได้ อาจเป็นสัญญาณว่าศรษฐกิจสหรัฐฯ เริ่มชะลอตัว แรงกดดันเพิ่มเติมมาจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ ลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.50% ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงจุดสูงสุดของการเติบโตทางเศรษฐกิจ

แนวโน้มของ FedEx สำหรับปีงบประมาณ 2025 ยังคงระมัดระวัง โดยคาดว่ารายได้จะเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย และได้ปรับลดคาดการณ์กำไรต่อหุ้นจาก 18.25-20.25 ดอลลาร์สหรัฐ เป็น 17.90-18.90 ดอลลาร์สหรัฐ

Rajesh Subramaniam ซีอีโอของ FedEx กล่าวว่า ผลประกอบการที่อ่อนแอเกิดจากความต้องการส่งด่วนที่ลดลง ต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น และภาคการผลิตที่ชะลอตัว แม้จะมีมุมมองในเชิงบวกอย่างระมัดระวังเกี่ยวกับครึ่งหลังของปี 2024 แต่บริษัทยังคงคาดการณ์ในลักษณะปานกลางเพราะความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ

รายงาน Q2 ปีงบประมาณ 2025 ของ FedEx Corporation

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2024 FedEx ได้เผยแพร่ผลประกอบการที่น่าผิดหวังสำหรับไตรมาสที่ 2 ปีงบประมาณ 2025 อีกครั้ง ซึ่งส่งผลลบต่อนักลงทุน โดยมีข้อมูลสรุปดังนี้:

  • รายได้: 22.00 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (-1.0%)
  • กำไรสุทธิ: 0.99 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (-1.9%)
  • กำไรต่อหุ้น: 4.05 ดอลลาร์สหรัฐ (+1.5%)
  • อัตรากำไรจากการดำเนินงาน: 6.30% (-10 จุดพื้นฐาน)

รายได้แบ่งตามส่วนธุรกิจ:

  • FedEx Express: 18.84 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (+0.3%)
  • FedEx Freight: 2.18 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (-11.2%)
  • อื่น ๆ และรายการที่ตัดทอน: 949 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (+0.9%)

ฝ่ายบริหารของ FedEx ซึ่งได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับรายได้ที่ลดลง 1% ระบุว่าสาเหตุหลักมาจากสภาพเศรษฐกิจที่ท้าทาย โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมในสหรัฐฯ ที่อ่อนแอ และการสิ้นสุดสัญญาขนส่งทางอากาศกับ US Postal Service (USPS) เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2024 ซึ่งเคยสร้างรายได้ประมาณ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี อย่างไรก็ตาม ยังมีพัฒนาการเชิงบวก เช่น ปริมาณพัสดุส่งออกระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้น 9% และการประหยัดต้นทุนจากโครงการ DRIVE ซึ่งส่งผลให้ประหยัดได้ 540 ล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาสที่ผ่านมา

บริษัทยังได้ประกาศการซื้อหุ้นคืนมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเสร็จสิ้น และมีแผนจะแยก FedEx Freight ออกเป็นบริษัทมหาชนแยกภายใน 18 เดือนข้างหน้า เพื่อเพิ่มมูลค่าให้แก่ผู้ถือหุ้น

สำหรับไตรมาสที่ 3 ปีงบประมาณ 2025 ฝ่ายบริหารคาดว่าจะได้ประโยชน์จากการประหยัดต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากโครงการ DRIVE และรายได้ที่สูงขึ้น เนื่องจากงาน Cyber Week ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยทางไซเบอร์ เทคโนโลยีดิจิทัล และอุตสาหกรรมไอที อย่างไรก็ตาม ผลดีดังกล่าวอาจถูกหักล้างด้วยการสูญเสียสัญญา USPS

แนวโน้มสำหรับปีงบประมาณ 2025 คาดว่ารายได้จะใกล้เคียงกับปีที่แล้ว และคาดการณ์กำไรต่อหุ้น (EPS) ปรับเป็น 19.00-20.00 ดอลลาร์สหรัฐ จากเดิมที่ 20.00-21.00 ดอลลาร์สหรัฐ

รายงาน Q3 ปีงบประมาณ 2025 ของ FedEx Corporation

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2025 FedEx ได้เผยแพร่ผลประกอบการที่น่าผิดหวังสำหรับไตรมาสที่ 3 ปีงบประมาณ 2025 ซึ่งส่งผลลบต่อนักลงทุนอีกครั้ง โดยมีตัวเลขหลักดังนี้:

  • รายได้: 22.20 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (+0.9%)
  • กำไรสุทธิ: 1.09 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (+12.3%)
  • กำไรต่อหุ้น: 4.51 ดอลลาร์สหรัฐ (+16.8%)
  • อัตรากำไรจากการดำเนินงาน: 6.80% (+600 จุดพื้นฐาน)

รายได้แบ่งตามส่วนธุรกิจ:

  • FedEx Express: 19.81 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (+2.7%)
  • FedEx Freight: 2.08 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (+27.2%)
  • อื่น ๆ และรายการที่ตัดทอน: 890 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (+3.3%)

ในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรายงานฉบับนี้ Rajesh Subramaniam ระบุถึงการเติบโตของรายได้ในไตรมาสที่ 3 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน นับเป็นครั้งแรกที่รายได้เพิ่มขึ้นในปีงบประมาณ 2025 เขาเน้นว่า FedEx สามารถเพิ่มความสามารถในการทำกำไรแม้จะอยู่ในสภาพแวดล้อมการดำเนินงานที่ท้าทายอย่างยิ่ง ซึ่งรวมถึงช่วงเทศกาลที่คึกคักและสภาพอากาศที่เลวร้าย ฝ่ายบริหารยังกล่าวถึงความสำเร็จของโครงการ DRIVE ที่ช่วยประหยัดต้นทุนได้ 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาสนี้ ส่งผลให้รายได้จากการดำเนินงานแบบปรับปรุง (adjusted operating income) เพิ่มขึ้น 12% เป็น 1.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเทียบกับปีก่อน

ฝ่ายบริหารของ FedEx แสดงความเชื่อมั่นอย่างระมัดระวังต่อมุมมองสำหรับไตรมาสที่ 4 ปีงบประมาณ 2025 บริษัทคาดว่าจะสานต่อกลยุทธ์ด้านคุณภาพของรายได้และเพิ่มการประหยัดต้นทุนจากโครงการ DRIVE ให้สูงขึ้น โดยคาดว่าจะสิ้นสุดไตรมาสที่ 4 ของปีงบประมาณ 2025 พร้อมการลดต้นทุนรายปีมากกว่า 2.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายตลอดทั้งปีงบประมาณ 2025

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายบริหารคาดว่าความท้าทายในส่วนของ FedEx Freight จะยังคงมีอยู่ แม้ว่าจะผ่อนคลายลงบ้างเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ๆ รายได้ในส่วน FedEx Express คาดว่าจะใกล้เคียงกับปีที่แล้ว ขณะที่ FedEx Freight คาดว่าจะมีรายได้ลดลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

FedEx ได้ปรับลดคาดการณ์ทั้งปีงบประมาณ 2025 โดยคาดว่ากำไรต่อหุ้น (EPS) จะอยู่ในช่วง 18.00-18.60 ดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจากเดิมที่ 19.00-20.00 ดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายทางเศรษฐกิจที่ยังดำเนินอยู่และความไม่แน่นอนในนโยบายการค้าระหว่างประเทศภายใต้การบริหารของประธานาธิบดี Donald Trump

การคาดการณ์โดยผู้เชี่ยวชาญต่อหุ้นของ FedEx Corporation

  • Barchart: จากนักวิเคราะห์ 29 คน มี 18 คนให้คะแนนหุ้น FedEx เป็น Strong Buy, 1 คนเป็น Moderate Buy, 8 คนเป็น Hold และ 2 คนเป็น Strong Sell โดยราคาเป้าหมายสูงสุดอยู่ที่ 370 ดอลลาร์สหรัฐ และต่ำสุดอยู่ที่ 200 ดอลลาร์สหรัฐ
  • MarketBeat: ในบรรดาผู้เชี่ยวชาญ 28 คน มี 18 คนแนะนำให้ Buy, 8 คนแนะนำให้ Hold และ 2 คนให้คะแนน Sell โดยราคาเป้าหมายสูงสุดอยู่ที่ 354 ดอลลาร์สหรัฐ และต่ำสุดที่ 200 ดอลลาร์สหรัฐ
  • TipRanks: จากผู้ตอบแบบสอบถาม 19 คน มี 13 คนแนะนำให้ Buy, 4 คนแนะนำให้ Hold และ 2 คนแนะนำให้ Sell โดยราคาเป้าหมายสูงสุดอยู่ที่ 365 ดอลลาร์สหรัฐ และต่ำสุดอยู่ที่ 200 ดอลลาร์สหรัฐ
  • Stock Analysis: จากผู้เชี่ยวชาญ 24 คน มี 8 คนให้คะแนน Strong Buy, 7 คนให้คะแนน Buy, 6 คนให้คะแนน Hold, 2 คนให้คะแนน Sell และ 1 คนให้คะแนน Strong Sell โดยราคาเป้าหมายสูงสุดอยู่ที่ 354 ดอลลาร์สหรัฐ และต่ำสุดอยู่ที่ 200 ดอลลาร์สหรัฐ

การคาดการณ์ราคาหุ้น FedEx Corporation สำหรับปี 2025

ในเดือนพฤษภาคม 2021 ราคาหุ้น FedEx ขึ้นไปแตะระดับสูงสุดที่ 297 ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนจะร่วงลงถึง 140 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อมาในปี 2024 หุ้นได้กลับมาเยือนแนวต้านที่ 297 ดอลลาร์สหรัฐอีกครั้งและพยายามทะลุไม่สำเร็จถึง 3 ครั้ง ส่งผลให้ราคาหุ้นกลับลงไปแตะที่ 220 ดอลลาร์สหรัฐอีกครั้ง จากแนวโน้มของหุ้น FedEx มีความเป็นไปได้ของการเคลื่อนไหวของราคาในปี 2025 ดังนี้:

การคาดการณ์หลักของหุ้น FedEx ชี้ให้เห็นถึงการทะลุแนวต้านที่ 250 ดอลลาร์สหรัฐ ตามมาด้วยการปรับตัวขึ้นไปที่ 297 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคราวนี้ราคาอาจผ่านแนวต้านนี้ไปได้และเคลื่อนไหวขึ้นต่อไป โดยค่าเฉลี่ยราคาเป้าหมายจากผู้เชี่ยวชาญที่ 360 ดอลลาร์สหรัฐจะเป็นเป้าหมายด้านบน

การคาดการณ์ทางเลือกสำหรับหุ้น FedEx คือราคาหลุดแนวรับ 220 ดอลลาร์สหรัฐ และร่วงลงไปที่ 185 ดอลลาร์สหรัฐ หากเกิดขึ้นจริงจะเป็นสัญญาณว่าบริษัทยังคงเผชิญปัญหาต่อไปและอาจไม่สามารถแก้ไขได้ในเวลาอันสั้น

การวิเคราะห์และการคาดการณ์ราคาหุ้นของ FedEx Corporation สำหรับปี 2025
Risk Warning: the result of previous trading operations do not guarantee the same results in the future

การวิเคราะห์และการคาดการณ์ราคาหุ้นของ FedEx Corporation สำหรับปี 2025

ความเสี่ยงในการลงทุนในหุ้น FedEx Corp

เมื่อลงทุนใน FedEx จำเป็นต้องพิจารณาความเสี่ยงที่บริษัทยังคงเผชิญ ปัจจัยหลักที่อาจส่งผลลบต่อรายได้ของ FedEx ได้แก่:

  • ความอ่อนไหวต่อเศรษฐกิจ: ผลประกอบการทางการเงินของ FedEx เชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับสภาพเศรษฐกิจโลก ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำอาจทำให้ความต้องการบริการขนส่งลดลง เนื่องจากธุรกิจและผู้บริโภคลดการใช้จ่าย
  • การแข่งขันที่รุนแรง: ภาคโลจิสติกส์มีการแข่งขันสูง FedEx ต้องเผชิญแรงกดดันจากผู้เล่นรายใหญ่ เช่น UPS (NYSE: UPS) และ DHL รวมถึงผู้แข่งขันรายใหม่อย่าง Amazon (NASDAQ: AMZN) ซึ่งกำลังพัฒนาเครือข่ายโลจิสติกส์ของตัวเอง
  • ความผันผวนของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง: ในฐานะบริษัทโลจิสติกส์ FedEx พึ่งพาราคาน้ำมันอย่างมาก แม้ว่าจะมีการเรียกเก็บเงินเพิ่มเติมเกี่ยวกับราคาน้ำมัน (fuel surcharge) เพื่อชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แต่หากราคาน้ำมันสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจะทำให้ต้นทุนการขนส่งเพิ่มขึ้น และลูกค้าอาจไม่พอใจเนื่องจากราคาค่าบริการที่สูงขึ้น ซึ่งสุดท้ายอาจกระทบต่อรายได้
  • การพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ: รายได้ส่วนใหญ่ของ FedEx มาจากสหรัฐฯ หากเกิดปัญหาทางเศรษฐกิจหรือภาวะอิ่มตัวในตลาดสหรัฐฯ อาจจำกัดโอกาสในการเติบโตและลดรายได้โดยรวม

สรุป

ผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ปีงบประมาณ 2025 ของ FedEx สะท้อนให้เห็นถึงบริษัทที่กำลังเผชิญสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย ต้องหาทางสร้างสมดุลระหว่างการปรับปรุงการดำเนินงานกับความท้าทายทางเศรษฐกิจที่ยังคงอยู่ แม้ FedEx จะมีความคืบหน้าในการลดต้นทุนและปรับปรุงประสิทธิภาพ แต่ภาวะซบเซาโดยรวมในภาคการผลิตและความไม่แน่นอนของอุปสงค์ยังคงกดดันบริษัทอย่างมาก จนต้องปรับลดแนวโน้มสำหรับปีงบประมาณ 2025

อย่างไรก็ตาม โอกาสในการเติบโตยังคงมีอยู่ FedEx มีรากฐานที่แข็งแกร่ง – โครงการ DRIVE ที่ช่วยขจัดความไม่มีประสิทธิภาพ – และจุดแข็งด้านอีคอมเมิร์ซที่เป็นข้อได้เปรียบสำคัญในโลกที่การช้อปปิ้งออนไลน์ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง หาก FedEx สามารถปรับปรุงการดำเนินงานให้สมบูรณ์แบบ ใช้ประโยชน์จากแนวโน้มการจัดส่งดิจิทัล และได้ปัจจัยบรรเทาจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจมหภาค ก็เป็นไปได้ที่ FedEx จะกลับมาเติบโตได้ในช่วงปลายปี 2025 หรือช่วงต้นปีงบประมาณ 2026

โปรดทราบ!

การคาดการณ์ที่นำเสนอในส่วนนี้จะสะท้อนให้เห็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้แต่งเท่านั้น และจะไม่สามารถถูกพิจารณาว่าเป็นแนวทางสำหรับการซื้อขาย RoboForex ไม่รับผิดชอบสำหรับผลลัพธ์การซื้อขายที่อ้างอิงตามคำแนะนำการซื้อขายที่อธิบายเอาไว้ในบทวิจารณ์การวิเคราะห์เหล่านี้