Dakar 2017
Roboforex is an official sponsor
of "Starikovich-Heskes Team"
at the Dakar 2017
หน้าหลัก / เงื่อนไขการซื้อขาย / ประเภทคำสั่งฟอเร็กซ์




ประเภทคำสั่งฟอเร็กซ์

หลักเกณฑ์ของคำสั่งฟอเร็กซ์

ไคลเอนต์เทอร์มินัลจะช่วยให้คุณสร้างและส่งคำสั่งเพื่อดำเนินธุรกรรมการซื้อขาย เทอร์มินัลยังสามารถควบคุมและจัดการเปิดตำแหน่ง สำหรับจุดประสงค์นี้คำสั่งการซื้อขายมีหลายประเภท คำสั่งคือการควบคุมไคลเอนต์ให้ดำเนินธุรกรรมการซื้อขาย เทอร์มินัลจะใช้คำสั่งฟอเร็กซ์ดังต่อไปนี้:

"คำสั่งซื้อขายในตลาด (Market Order)" คือคำสั่งซื้อหรือขายเครื่องมือทางการเงินที่ราคาปัจจุบัน ผลลัพธ์ของคำสั่งนี้คือการเปิดตำแหน่งการซื้อขายทันที

"คำสั่งที่รอดำเนินการ (Pending order)" คือคำสั่งที่เปิดหรือปิดตำแหน่งในอนาคตตามราคาที่ระบุ คำสั่งนี้จะใช้เปิดตำแหน่งการซื้อขายเมื่อราคามาถึงระดับนั้น ๆ ประเภทของคำสั่งที่รอดำเนินการ ได้แก่ Buy Limit, Buy Stop, Sell Limit และ Sell Stop คำสั่งที่รอดำเนินการสามารถทำตามด้วยคำสั่ง Stop Loss และ Take Profit เมื่อคำสั่งที่รอดำเนินการถูกใช้งานจะทำให้คำสั่ง Stop Loss และ Take Profit ถูกแนบไปกับการเปิดตำแหน่งโดยอัตโนมัติ

"คำสั่งหยุดการขาดทุน (Stop Loss)" - คำสั่งนี้มีจุดประสงค์เพื่อลดการสูญเสีย ถ้าราคาของเครื่องมือทางการเงินเคลื่อนไหวในทิศทางที่ไม่ก่อให้เกิดกำไร คำสั่งดังกล่าวมักจะเชื่อมต่อไปยังตำแหน่งที่เปิดหรือคำสั่งที่รอดำเนินการ เพื่อตรวจสอบว่าเงื่อนไขของคำสั่งนี้เพียงพอสำหรับตำแหน่ง Long ที่ใช้ราคา Bid และสำหรับตำแหน่ง Short ที่ใช้ราคา Ask

"คำสั่งตั้งจุดทำกำไร (Take Profit)" คือคำสั่งที่มีจุดประสงค์ในการทำกำไรเมื่อราคาของเครื่องมือทางการเงินมาถึงระดับที่ต้องการ คำสั่งนี้ดำเนินการเพื่อปิดตำแหน่ง คำสั่งตั้งจุดทำกำไรมักจะเชื่อมต่อไปยังตำแหน่งที่เปิดหรือคำสั่งที่รอดำเนินการ เพื่อตรวจสอบว่าเงื่อนไขของคำสั่งนี้เพียงพอสำหรับตำแหน่ง Long ที่ใช้ราคา Bid และสำหรับตำแหน่ง Short ที่ใช้ราคา Ask

การดำเนินการคำสั่งฟอเร็กซ์

คุณภาพในการดำเนินการตามคำสั่งของลูกค้าคือเรื่องหลักของ RoboForex

1. ราคาของเครื่องมือทางการเงินมี 2 ค่า ได้แก่ Bid และ Ask ราคา Bid คือราคาที่เครื่องมือทางการเงินขายในตลาด ส่วนราคา Ask คือราคาที่เครื่องมือทางการเงินซื้อ ลูกค้าจะเปิดตำแหน่ง Short หรือปิดตำแหน่ง Long โดยการใช้ราคา Bid ลูกค้าจะเปิดตำแหน่ง Long หรือปิดตำแหน่ง Short โดยการใช้ราคา Ask สเปรดคือความแตกต่างระหว่างราคา Ask และ Bid

2. สำหรับบัญชี Fix-Cent และ Fix-Standard จะใช้โหมด "คำสั่งดำเนินการทันที (Instant Execution)" ส่วนบัญชี Pro-Cent และ Pro-Standard จะใช้โหมด "ดำเนินการตามตลาดตอนนี้ (Market Execution)"

3. เวลาสำหรับการประมวลผลคำสั่งของลูกค้าคือ 1-3 วินาที ถ้าเงื่อนไขทางตลาดแตกต่างจากปกติ เวลาของการประมวลผลคำสั่งอาจเพิ่มขึ้น

4. ในบัญชี Pro-Cent และ Pro-Standard คำสั่ง Buy Stop, Sell Stop, Buy Limit, Sell Limit, Take Profit และ Stop Loss จะถูกดำเนินการที่ราคาตลาดปัจจุบัน ซึ่งราคาตลาดปัจจุบันสามารถแตกต่างจากราคาที่ระบุในคำสั่ง ในบัญชี Fix-Cent และ Fix-Standard คำสั่ง Buy Stop, Sell Stop, Stop Loss ไม่สามารถดำเนินการได้ตามราคาที่ระบุถ้าคำสั่งเหล่านั้นได้รับการยอมรับสำหรับการประมวลผลในโหมดช่องว่าง

5. ในการเปิดตำแหน่ง ลูกค้าต้องมีเงินในบัญชีซื้อขาย ขนาดของเงินสำรองขึ้นอยู่กับจำนวนของระดับ ระดับสูงสุดที่ลูกค้าสามารถเลือกได้คือ 1:500

6. ลูกค้าต้องรักษาระดับในบัญชีซื้อขายที่ระดับเดียวกันหรือมากกว่าระดับที่ต้องการ หากไม่เป็นเช่นนั้น ตำแหน่งจะถูกบังคับปิด ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของการซื้อขาย

7. ระดับเงินสำรองคืออัตราส่วนของยอดเงินสุทธิกับเงินสำรองในหน่วยเปอร์เซ็นต์ ระดับเงินสำรอง = (ยอดเงินสุทธิ/เงินสำรอง)*100